บริการเสริมคาง ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีคางสั้นหรือคางถอย การเสริมคางสามารถช่วยสร้างสมดุลให้ใบหน้า และทำให้โครงหน้าดูชัดเจนยิ่งขึ้น

ทำไมควรเสริมคาง

คางเป็นองค์ประกอบสำคัญของรูปหน้า การปรับคางเพียงเล็กน้อยสามารถทำให้หน้าดูเรียวขึ้น ดูมีรูปทรงที่สวยงาม และเพิ่มความมั่นใจให้คุณมากขึ้น

ซิลิโคนเสริมคาง มีกี่แบบ

ซิลิโคนเสริมคางที่นิยมใช้กันทั่วไป จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท โดยพิจารณาจากลักษณะและรูปร่างของตัวซิลิโคน

  • ซิลิโคนคางขาสั้น ซิลิโคนประเภทนี้ถูกออกแบบมาให้มีขนาดไม่ยาวมากนัก เน้นการเสริมบริเวณปลายคางเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานรูปคางที่ดีอยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มความยาวหรือความเรียวเล็กน้อยให้กับปลายคาง เพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติและสมส่วนยิ่งขึ้น การเสริมด้วยซิลิโคนขาสั้น จึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ กลมกลืนไปกับรูปหน้าเดิม
  • ซิลิโคนคางขายาว ซิลิโคนคางชนิดนี้มีลักษณะที่ยาวและโค้งรับไปตามแนวของกระดูกคาง ทำให้สามารถปรับแก้ไขรูปหน้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม หรือต้องการปรับโครงหน้าให้เรียวเป็น V Shape ตั้งแต่บริเวณกรามลงมาถึงคาง ซิลิโคนขายาวจึงได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถปรับแต่งและเหลาให้เข้ากับโครงหน้าของแต่ละบุคคลได้อย่างลงตัว ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวยาว กรอบหน้าคมชัด และลดโอกาสเกิดรอยต่อที่ไม่เป็นธรรมชาติ

ซิลิโคนคาง แบ่งตามเกรดคุณภาพ

ส่วนประกอบสำคัญของการเสริมคาง นอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็คือ ซิลิโคนคางที่เลือกใช้งาน โดยทั่วไปแล้วซิลิโคนเสริมคางจะแบ่งคุณภาพของซิลิโคน ซึ่งมีคุณสมบัติและความแตกต่างกัน ดังนี้

  • ซิลิโคนคางอเมริกา ซิลิโคนประเภทนี้ได้รับความนิยมสูง เนื้อซิลิโคนมีความบริสุทธิ์และยืดหยุ่น สามารถบิดงอและเหลาให้เข้ากับรูปหน้าได้ดี ช่วยให้กรอบหน้าคมชัดเป็น V Shape และมีความปลอดภัยในระยะยาว
  • ซิลิโคนคางเกาหลี ซิลิโคนประเภทนี้จะมีความนิ่มมากกว่าซิลิโคนอเมริกา ทำให้หลังเสริมคางดูเป็นธรรมชาติและอาจให้ความงอนของปลายคางมากกว่า แต่การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละบุคคล
  • ซิลิโคนเกรดสำเร็จรูป เนื้อซิลิโคนค่อนข้างแข็งและมีรูปทรงสำเร็จรูป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมให้คางดูเรียวยาว แต่มีข้อจำกัดในการปรับแต่งรูปทรงให้เข้ากับใบหน้า

การเตรียมตัวก่อนทำ

การเตรียมตัวที่ดีที่สุดก่อนเสริมคาง คือการดูแลร่างกายให้พร้อม เพื่อลดอาการบวมช้ำและช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ไว

ข้อควรปฏิบัติล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์

งดยา อาหารเสริม และสมุนไพรที่ทำให้เลือดหยุดยาก เช่น

  • แอสไพริน
  • วิตามิน E
  • น้ำมันตับปลา
  • สมุนไพรบางชนิด
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่นแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา)
งดสูบบุหรี่ และ งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
แจ้งแพทย์ทุกครั้ง หากมีโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา หรือมียาที่ทานเป็นประจำ
พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการหวัด ไอ น้ำมูก ควรรักษาให้หายก่อนผ่าตัด

การเตรียมตัวในวันผ่าตัด

  • งดแต่งหน้า ลงรองพื้น หรือทาแป้งฝุ่น
  • สวมเสื้อที่มีกระดุมหน้าเพื่อป้องกันการสัมผัส หรือเกี่ยวแผล

การดูแลหลังทำ

การดูแลตัวเองเพื่อให้แผลหายไว ลดบวม และได้ทรงคางสวยเข้าที่อย่างปลอดภัย

3 วันแรก ประคบเย็นเพื่อลดบวมช้ำ
หลังวันที่ 4 เปลี่ยนเป็นประคบอุ่น (ตามคำแนะนำแพทย์)

นอนหมอนสูงประมาณ 1 สัปดาห์

  • ช่วยลดอาการบวมและเลือดคั่ง
  • ห้ามนอนคว่ำหรือนอนตะแคงในช่วงแรก

การดูแลแผลในปาก

  • บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาบ้วนปากหลังทานอาหารทุกครั้ง
  • บ้วนเบาๆ เพื่อลดการกระทบกระเทือนแผล
  • ใช้แปรงสีฟันเด็กในช่วง 7-14 วันแรก เพื่อลดการอ้าปากกว้างเกินไป

หากมีแผลใต้คาง

  • ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดเบาๆ
  • ทายาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

อาหารที่ควรทาน

  • อาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป
  • งดของหมักดอง อาหารทะเล และอาหารรสจัดประมาณ 2 สัปดาห์

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ห้ามเท้าคาง
  • งดออกกำลังกายหนักและว่ายน้ำ 1-3 เดือน
  • งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพื่อให้แผลหายไวและลดการอักเสบ

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์

  • บวมมากผิดปกติหรือไม่ยุบ
  • มีเลือดหรือหนองไหล
  • รู้สึกคางเบี้ยว หรือซิลิโคนเคลื่อน

FAQ

  • อาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
    • ซิลิโคนคางเบี้ยวหรือคางเอียง สามารถเกิดขึ้นได้จากการถูกกดทับหรือกระทบกระเทือนรุนแรงในช่วงแรกหลังผ่าตัดอาจจะยังไม่เข้าที่ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของซิลิโคนไปในตำแหน่งอื่น คางจึงผิดรูปจากที่ทำ โดยพฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้เกิดปัญหา ได้แก่ นอนคว่ำ เท้าคาง ถูกกระแทก เป็นต้น
    • คางยื่นเกินไป ปัญหานี้อาจเกิดจากการเลือกรูปทรงหรือขนาดของซิลิโคนที่ไม่เหมาะกับโครงหน้า เช่น เลือกซิลิโคนที่ยาวเกินความจำเป็น ทำให้สัดส่วนของใบหน้าเสียสมดุล คางจึงดูยื่นจนผิดธรรมชาติคล้ายแม่มด หรือทำให้หน้าไม่สมดุลกับส่วนอื่นๆ
    • คางสั้นเกินไป ปัญหาคางสั้นหลังจกเสริมคางแล้ว แต่คางยังดูสั้นหรือถอยร่นเข้าไป อาจเป็นเพราะเลือกซิลิโคนที่เล็กหรือสั้นเกินไปไม่เหมาะกับโครงหน้าหรือเกิดจากการวางซิลิโคนไม่ตรงตำแหน่งตามแนวฐานกระดูกคาง ส่งผลให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูไม่มีมิติไม่สมดุลตามต้องการ