บริการศัลยกรรมตา 2 ชั้น เป็นบริการที่ช่วยสร้างชั้นตาให้คมชัดและเหมาะกับรูปหน้าหรือใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมชาติและความสมดุลของดวงตา การศัลยกรรมตา 2 ชั้น สามารถแก้ปัญหาตาชั้นเดียว หนังตาตก หรือตาไม่เท่ากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยให้ดวงตาดูโต สดใส และมีมิติยิ่งขึ้น รวมถึงการศัลยกรรมตา 2 ชั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวามากขึ้นอีกด้วย

ทำไมควรทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น?

เนื่องจากดวงตาเป็นจุดสำคัญบนใบหน้าและเป็นจุดสนใจที่คนมองเห็นได้ง่าย การมีชั้นตาที่สวยและคมชัด จะช่วยให้ภาพลักษณ์ใบหน้าโดยรวมของคุณดีขึ้น การทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น เหมาะสำหรับคนที่พบปัญหาหนังตาตก, หนังตาหนา, หนังตามีไขมันสะสมเยอะ, หนังตาหย่อนคล้อย, ชั้นตาหลบใน, เปลือกตาอูมหนา การทำทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น นอกจากจะช่วยแก้ไขข้อบกพร่องหรือปัญหาข้างต้น ยังช่วยสร้างจุดเด่นและเสริมจุดสนใจให้กับผู้พบเห็นได้ง่าย และง่ายต่อการแต่งหน้า อีกทั้งช่วยเสริมความมั่นใจในการสื่อสารและการใช้ชีวิตเมื่อจะต้องพบปะกับผู้อื่นอีกด้วย

การทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น มีกี่แบบ และเหมาะกับใคร

  • การทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น แบบตากรีดสั้น เป็นการกรีดเปลือกตาเป็นแผลขนาดเล็ก มีขนาดเพียง 0.5-2 เซนติเมตร ที่บริเวณกึ่งกลางเปลือกตา เพื่อนำไขมันส่วนเกินออกและเย็บสร้างชั้นตาใหม่

    การทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น แบบตากรีดสั้น เหมาะสำหรับคนอายุน้อย, คนที่มีผิวตากระชับหรือมีไขมันไม่เยอะ และต้องการชั้นตาธรรมชาติ

    ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น แบบตากรีดสั้น การทำแบบนี้ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานหลายปีหรือเกือบถาวร (ประมาณ 5-10 ปีขึ้นไป) ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล

  • การทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น แบบตากรีดยาว เป็นเทคนิคผ่าตัดสร้างชั้นตาใหม่โดยกรีดแผลตลอดแนวเปลือกตาจากหัวตาไปหางตา เพื่อตัดหนังตาส่วนเกินและไขมันออก

    การทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น แบบตากรีดยาว เหมาะสำหรับคนที่พบปัญหาหนังตาตก, หนังตาหนา, หนังตามีไขมันสะสมเยอะ, หนังตาหย่อนคล้อย, ชั้นตาหลบใน, เปลือกตาอูมหนา หรือหนังตาตกที่หางตา

    ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น แบบตากรีดยาว การทำแบบนี้ผลลัพธ์จะอยู่ได้ถาวรหรือนานกว่าการทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น แบบตากรีดสั้น

การตัดถุงใต้ตา

การตัดถุงใต้ตา เป็นการศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกินหรือผิวหนังที่หย่อนคล้อยหรือคนที่มีอาการบวมนูนบริเวณใต้ตาออก

การตัดถุงใต้ตา เหมาะกับใคร

การตัดถุงใต้ตา เหมาะกับคนที่มีปัญหา ดังนี้

  • ผู้ที่มีไขมันใต้ตาหนา บวมนูน
  • ผู้ที่หนังตาหย่อนคล้อยทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย อิดโรย
  • ผู้ที่ตาดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา แม้จะพักผ่อนเพียงพอ
  • ปัญหาจากกรรมพันธุ์

คนที่ควรเหลีกเลี่ยงการตัดถุงใต้ตา ได้แก่

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือกล้ามเนื้อ/ระบบประสาทบางชนิด
  • ผู้ที่คาดหวังว่าการผ่าตัดจะช่วยเรื่องรอยดำคล้ำจากภูมิแพ้ได้ทั้งหมด เพราะการตัดถุงใต้ตาแก้เรื่องนูน/หย่อนคล้อย ไม่ได้แก้รอยดำคล้ำที่เกิดขึ้นใต้ตา

ผลลัพธ์ที่ได้จากการตัดถุงใต้ตา คือ จะอยู่ได้ประมาณ 5-10 ปี หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับ ปัญหาใต้ตา อายุ และการดูแลตัวเอง

ซับบราวลิฟ

ซับบราวลิฟ เป็นเทคนิคการทำศัลยกรรมยกหางตาและแก้หนังตาตกโดยเฉพาะ โดยการผ่าตัดตัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อยออกบริเวณใต้แนวคิ้ว

ซับบราวลิฟ เหมาะกับใคร

    ซับบราวลิฟ เหมาะกับคนที่มีปัญหา ดังนี้
  • ผู้ที่มีปัญหาหางตาตก หรือหนังตาตก
  • ผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกินใต้คิ้วเยอะ
  • ผู้ที่ไม่ต้องการทำตาสองชั้น หรือพอใจกับชั้นตาเดิมอยู่แล้ว
  • ผู้ที่เคยทำตาสองชั้นมาแล้ว แต่ยังมีปัญหาหนังตาตกซ้ำ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำซับบราวลิฟ คือ ดวงตาจะมีความเป็นธรรมชาติ ดูอ่อนกว่าวัย หางตาที่เคยตก ส่งผลให้ใบหน้าดูเศร้าหมอง เมื่อทำแล้วก็จะดูสดใสขึ้น และใช้เวลาในการฟื้นตัวเร็ว

ข้อแตกต่างระหว่างการทำศัลยกรรมตา 2 ชั้น กับซับบราวลิฟ คือ

  • การศัลยกรรมตา 2 ชั้น จะสร้างรอยพับตาใหม่ กรีดแผลบริเวณเปลือกตา
  • ซับบราลิฟ เป็นดึงผิวหนังส่วนเกินจากด้านบน (ใต้คิ้ว) ทำให้ชั้นตาเดิมชัดขึ้น ไม่ใช่การสร้างชั้นตาใหม่

การเตรียมตัวก่อนทำ

การเตรียมตัวที่ดีที่สุดก่อนทำตาสองชั้น คือการดูแลร่างกายให้พร้อม เพื่อลดอาการบวมช้ำและช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ไว

ข้อควรปฏิบัติล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์

งดยา อาหารเสริม และสมุนไพรที่ทำให้เลือดหยุดยาก เช่น

  • แอสไพริน
  • วิตามิน E
  • น้ำมันตับปลา
  • สมุนไพรบางชนิด
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่นแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา)
งดสูบบุหรี่ และ งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
แจ้งแพทย์ทุกครั้ง หากมีโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา หรือมียาที่ทานเป็นประจำ
พักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงก่อนวันผ่าตัด
หากใส่คอนแทคเลนส์ ควรเตรียมแว่นสายตาไว้ใช้หลังทำตา

ข้อควรปฏิบัติในวันผ่าตัด

งดแต่งหน้า งดทาครีมรอบดวงตา งดทาแป้งฝุ่น เพื่อความสะอาดของแผล
สระผมให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับบริการ
ใส่เสื้อผ้าสบาย อดง่าย เช่น เสื้อกระดุมหน้า และหลีกเลี่ยงเครื่องประดับ
ควรมีญาติหรือเพื่อนมารับ-ส่ง ไม่ควรขับรถกลับเองหลังทำ

การดูแลหลังทำ

เคล็ดลับดูแลตัวเองหลังทำตาสองชั้น เพื่อให้แผลสวย บวมช้ำน้อย และเข้าที่ไว

ช่วง 24-72 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็นรอบดวงตา (เลี่ยงโดนแผลโดยตรง) ครั้งละ 10-15 นาที เพื่อช่วยลดบวม ลดช้ำ และช่วยให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้น
วันที่ 4-5 เป็นต้นไป หากยังมีรอยช้ำ สามารถเปลี่ยนเป็นประคบอุ่น เพื่อช่วยให้รอยช้ำจางไวขึ้น
การทำความสะอาดแผล ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเกลือ เช็ดคราบเลือดบริเวณแผลเบาๆ เช้า-เย็น และทายาตามที่คลินิกแนะนำ
การนอน ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูงในช่วง 1-2 วันแรก เพื่อลดแรงกดทับและลดอาการบวม
ทานยาให้ครบตามแพทย์สั่ง ทั้งยาฆ่าเชื้อและยาลดบวมเพื่อช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดี

สิ่งที่ควรงดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

ห้ามแผลโดนน้ำ ช่วง 1-3 วันแรก แนะนำให้ใช้การเช็ดหน้าแทน
ห้ามขยี้ตา หรือสัมผัสแผลโดยตรง
งดแต่งหน้า งดทาแป้งฝุ่น และงดทาครีมรอบดวงตา
งดใส่คอนแทคเลนส์ ควรใส่แว่นสายตาแทน
งดออกกำลังกายหนัก ว่ายน้ำ หรือกิจกรรมที่ต้องก้มหน้า
อาหารที่ควรงด อาหารรสจัด อาหารทะเล ของหมักดอง และแอลกอฮอล์ เพื่อลดอาการบวมแดงและอักเสบ

FAQ ปัญหาที่พบบ่อย

  • อาการบวมช้ำ อาจจะเกิดอาการบวมมากที่สุดในช่วง 2 - 3 วันแรก และจะค่อยๆ ยุบลงภายใน 1 - 2 สัปดาห์
  • อาการหลับตาไม่สนิท/ตาแห้ง เกิดจากการบวมช้ำหรือการตัดผิวหนังส่วนเกิน อาการเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่อแผลยุบบวมและหายดี ภายใน 1 - 2 เดือน
  • อาการตาพร่ามัว/เห็นภาพซ้อน อาการเหล่านี้อาจเกิดจากตาแห้ง หรือขี้ผึ้งป้ายตาเข้าตา
  • ชั้นตาไม่เท่ากัน/ชั้นตายังไม่พับ หลังทำอาจจะเกิดจากอาการบวมที่ไม่เท่ากัน ต้องรอให้แผลยุบและเข้าที่ (ใช้เวลาประมาณ 3 - 6 เดือน)
  • อาการชาที่เปลือกตา อาการนี้เป็นเรื่องปกติที่มักจะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด แต่จะหายได้เอง ภายใน 2 - 4 เดือน
  • อาการตากระตุก มักเกิดจากอาการตาแห้งหรือการระคายเคืองชั่วคราว

ปัญหาที่ต้องรีบพบแพทย์

  • แผลติดเชื้อ มีหนองไหลออกมา, แผลแดงบวมมากขึ้น, เลือดไหลไม่หยุด หรือปวดแผลตลอดเวลา
  • แผลแยก แผลเปิดหรือไหมหลุดก่อนกำหนด ควรรีบพบแพทย์
  • เลือดออกใต้เยื่อบุตา/ก้อนเลือด กรณีที่มีเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากแผลหรือเลือดคั่งมาก ต้องรีบพบแพทย์
  • ตาปิดไม่สนิทเรื้อรัง ผ่านไปหลายเดือนแล้วยังหลับตาไม่สนิทจนตาแห้งมาก ควรปรึกษาแพทย์