บริการตัดตกแต่งปากกระจับ เป็นการปรับรูปทรงริมฝีปากให้มีความรูปทรงโค้งมนคล้ายคันศรหรือปีกนก ดูมีมิติ และได้รูปทรงที่สวยงามเป็นธรรมชาติ โดยแพทย์จะออกแบบรูปทรงให้เหมาะกับใบหน้าโดยรวม ช่วยให้ริมฝีปากดูโดดเด่น อวบอิ่ม และมีเสน่ห์มากขึ้น

ทำไมควรทำปากกระจับ

บริการตัดตกแต่งปากกระจับ เป็นศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปากบน โดยการตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออกหรือปรับรูปทรง เพื่อให้ปากได้สัดส่วน ดูเรียวบาง อวบอิ่ม และเสริมโหงวเฮ้ง ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดศัลยกรรม(ถาวร) และการฉีดฟิลเลอร์(ชั่วคราว) เพราะริมฝีปากเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ช่วยเสริมเสน่ห์ของใบหน้า ปากที่ได้รูปช่วยให้ยิ้มสวย ดูมีเอกลักษณ์ และเพิ่มความมั่นใจโดยไม่ต้องพึ่งการเติมซ้ำบ่อยๆ

บริการตัดตกแต่งปากกระจับ ทำได้กี่วิธี?

  • การผ่าตัดตกแต่งปากกระจับ (Lip Lifting/Reshaping) วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเมื่อทำแล้วปากของคุณจะได้รูปทรงที่สวยงามถาวร แพทย์จะฉีดยาชา ผ่าตัดเนื้อเยื่อริมฝีปากบนและบางครั้งร่วมกับปากล่าง เพื่อลดความหนาและสร้างรอยหยักตรงกลางปาก

    โดยการผ่าตัดปากกระจับนั้นเหมาะกับคนที่มีปากหนามาก ปากเหี่ยวย่น ปาากเนื้อฟู มีร่อง หรือปากล่างหนาจนห้อยย้อยมากไป เป็นวิธีที่จะได้ทรงปากกระจับแบบถาวร ไม่ต้องทำบ่อยๆ แต่วิธีการนี้ควรผ่าตัดโดยแพทย์ผู้ชำนาญโดยเฉพาะ เพราะเป็นการตัดเอาเนื้อปากออก หากตัดพลาดก็จะแก้ไขได้ยาก รวมถึงแพทย์ที่ชำนาญจะมีเทคนิคการเย็บที่ละเอียดที่ช่วยซ่อนแผล ทำให้เวลายิ้มก็จะมองไม่เห็นแผลดูเป็นธรรมชาติ

  • การฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ (Filler) วิธีการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มและรูปทรงโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งผลลัพธ์อจะยู่ได้นานประมาณ 6 - 18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้

การเตรียมตัวก่อนทำ

เตรียมตัวดี ช่วยให้แผลสวย บวมช้ำน้อย และฟื้นตัวไว

ข้อควรปฏิบัติล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์

งดยา อาหารเสริม และสมุนไพรที่ทำให้เลือดหยุดยาก เช่น

  • แอสไพริน
  • วิตามิน E
  • น้ำมันตับปลา
  • สมุนไพรบางชนิด
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่นแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา)
งดสูบบุหรี่ และ งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
ดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้น พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และดูแลความสะอาดของริมฝีปากก่อนวันผ่าตัด

การเตรียมตัวในวันผ่าตัด

  • แปรงฟันให้สะอาด
  • งดแต่งหน้า ลงรองพื้น หรือทาแป้งฝุ่น
  • สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ถอดง่าย ควรเป็นเสื้อที่มีกระดุมหน้าเพื่อป้องกันการสัมผัส หรือเกี่ยวแผล

แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ

เช่น โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา หรือยาที่รับประทานเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัด

การดูแลหลังทำ

ดูแลถูกวิธี ช่วยให้แผลหายไว บวมช้ำน้อย และทรงสวยเข้าที่เร็ว

ช่วง 3 วันแรก สำคัญมากที่สุด

ประคบเย็น ใช้สำลีหรือคอตตอนบัดชุบน้ำเกลือ เช็ดทำความสะอาดแผลเบาๆ อย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง หรือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
ทำความสะอาดแผล ควรประคบเย็นรอบริมฝีปากบ่อยๆ วันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยลดบวมและลดรอยช้ำ
ทายาและทานยาตามแพทย์สั่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อและช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดี
การนอนควรนอนหนุนหมอนสูงกว่าปกติ เพื่อลดอาการบวม

การรับประทานอาหาร

  • งดอาหารร้อน เผ็ด ของแข็ง ของหมักดอง และแอลกอฮอล์
  • ควรงดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หรือประมาณ 1 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
งดแปรงฟันในช่วง 3-7 วันแรก แนะนำให้ใช้การบ้วนปากแทน และหลังจากนั้นให้ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มหรือแปรงเด็ก พร้อมแปรงอย่างเบามือ

ตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป

ประคบอุ่น สามารถเปลี่ยนเป็นประคบอุ่น เพื่อช่วยลดรอยช้ำและช่วยให้แผลยุบไวขึ้น
สิ่งที่ควรระวัง
หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำโดยตรงในช่วง 3-4 วันแรก หากแผลเปียกควรรีบซับให้แห้งทันที
งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์เด็ดขาด อย่างน้อย 1 เดือน เพราะอาจทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงติดเชื้อ
หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง หัวเราะแรง หรือขยับริมฝีปากมากเกินไป เพื่อป้องกันแผลปริ
หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมาก มีหนอง หรือปวดผิดปกติ ควรรีบติดต่อคลินิกทันที
โดยทั่วไปแพทย์จะนัดตัดไหมประมาณ 7-10 วัน หลังทำ หรือขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

FAQ

ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัย