บริการเสริมจมูก เป็นการปรับรูปทรงจมูกให้โด่ง สวย และเข้ากับโครงหน้า โดยเน้นการออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและไม่หลอกตา การปรับเพียงจุดเดียวสามารถช่วยเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าให้ดูมีมิติและสมดุลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทำไมควรเสริมจมูก
เพราะจมูกเป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้า การมีจมูกที่ได้รูปช่วยให้หน้าดูคมขึ้น ถ่ายรูปสวยขึ้น และช่วยยกระดับลุคโดยรวมได้อย่างรวดเร็ว
การเสริมจมูก มีกี่วิธี
- การเสริมจมูก มีทั้งหมด 3 วิธี ดังนี้
- การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) เป็นการผ่าตัดโดยเปิดแผลเฉพาะด้านในรูจมูก เหมาะสำหรับผู้ที่มีโครงสร้างจมูกเดิมดีอยู่แล้ว แต่ต้องการเสริมให้โด่งขึ้น ข้อดีของการเลือกเสริมจมูกแบบเปิด คือใช้เวลาผ่าตัดน้อย มีอาการบวมน้อย และไม่มีแผลภายนอก
- การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) เป็นการผ่าตัดที่เปิดแผลบริเวณปลายจมูกด้านล่างและด้านในรูจมูกทั้งสองข้าง แพทย์จะเห็นโครงสร้างภายในจมูกชัดเจน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขโครงสร้างจมูกที่ซับซ้อน เช่น จมูกเบี้ยว ปลายจมูกสั้น หรือต้องการปรับแต่งกระดูก
- การเสริมจมูกแบบกึ่งเปิด (Semi-Open Rhinoplasty) เป็นเทคนิคที่อยู่ระหว่างแบบปิดและแบบเปิด โดยเปิดแผลด้านในรูจมูกทั้งสองข้าง สามารถใส่ซิลิโคนและรองปลายจมูกได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อปลายจมูกน้อย
- ทั้งนี้ การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมควรปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินโครงสร้างจมูกและเนื้อเยื่อของคุณเป็นรายบุคคล เนื่องจากแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่ต่างกันในการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันไป
การเตรียมตัวก่อนทำ
การเตรียมตัวที่ดีที่สุดก่อนเสริมจมูก คือการดูแลร่างกายให้พร้อม เพื่อลดอาการบวมช้ำและช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ไว
ข้อควรปฏิบัติล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์
งดยา อาหารเสริม และสมุนไพรที่ทำให้เลือดหยุดยาก เช่น
- แอสไพริน
- วิตามิน E
- น้ำมันตับปลา
- สมุนไพรบางชนิด
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่นแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยา)
การเตรียมตัวในวันผ่าตัด
- หากมีอาการเป็นหวัด คัดจมูก หรือต้องใช้ยาพ่นจมูก ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
- งดแต่งหน้า ลงรองพื้น หรือทาแป้งฝุ่นและล้างสีเล็บให้สะอาด
- งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมง (กรณีดมยาสลบ/ยานอนหลับ)
- สระผมก่อนเข้ารับการผ่าตัด
- สวมเสื้อที่มีกระดุมหน้าเพื่อป้องกันการสัมผัส หรือเกี่ยวแผล
- ถอดคอนแทคเลนส์ เครื่องประดับ และฟันปลอม
การดูแลหลังทำ
ดูแลถูกวิธี ช่วยให้แผลหายไว บวมช้ำน้อย และทรงสวยเข้าที่เร็ว
- ห้ามแผลโดนน้ำโดยตรง 7-14 วันแรก
- ห้ามแคะ แกะ หรือดึงสะเก็ดแผลเอง
- ห้ามบีบหรือขยับจมูกแรงๆ
- ทำแผลวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอ ไม่ควรเช็ดบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้แผลแฉะ
- เตรียมหมอนสูงสำหรับนอนยกศีรษะ
- ทำความเข้าใจว่าอาการบวมช้ำช่วงแรกเป็นเรื่องปกติ
- งดอาหารหมักดอง อาหารทะเล และอาหารไม่สุก เพื่อลดอักเสบ
- หายใจลำบากระหว่างผ่าตัด
- แผลหายช้าหรืออักเสบง่าย
- บวมช้ำมากกว่าปกติ
- เสี่ยงติดเชื้อหลังผ่าตัด
วิธีดูแลแผลหลังเสริมจมูก ให้หายไว ลดบวม และสวยเข้าที่
- ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดแผลเบาๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
- ห้ามแผลโดนน้ำเด็ดขาด 7 วัน เพื่อป้องกันแผลอักเสบและติดเชื้อ
- งดล้างหน้าแบบปกติ ให้ใช้วิธีเช็ดหน้าแทน
- ประคบเย็นในช่วง 48 ชั่วโมงแรก โดยประคบบริเวณรอบๆ จมูก ไม่กดทับบนซิลิโคนโดยตรง
- หลัง 3 วัน หากมีรอยเขียวช้ำ สามารถประคบอุ่นได้ตามคำแนะนำของคลินิก
- ทายาและรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- ห้ามซื้อยาทานเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
- นอนหนุนหมอนสูง 2-3 ใบ ในช่วง 3-5 วันแรก
- ห้ามนอนตะแคงหรือคว่ำ เพื่อลดแรงกดที่จมูก
- อาหารรสจัด
- อาหารหมักดอง
- อาหารทะเล
- งดแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์
- ห้ามสั่งน้ำมูก
- ห้ามแกะเกาแผล
- ห้ามขยี้หรือบิดจมูก
- ห้ามใส่แว่นกดทับจมูกในช่วงแรก
วิธีทำแผลจมูกหลังศัลยกรรมอย่างถูกวิธี
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- ไม้พันสำลี (Cotton Bud) สะอาด
- น้ำเกลือสำหรับล้างแผล (Normal Saline)
- ยาแต้มแผล/ยาฆ่าเชื้อ ตามที่แพทย์สั่ง
ขั้นตอนการทำแผล (เช้า-เย็น)
- ล้างมือให้สะอาดก่อนทำแผลทุกครั้ง
- ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือหมาดๆ
- เช็ดเบาๆ บริเวณแผลใต้จมูกและในรูจมูก เพื่อเอาคราบเลือดหรือสิ่งสกปรกออก
- ใช้สำลีใหม่ทุกครั้ง ห้ามใช้ซ้ำ
- แต้มยาตามที่คลินิกแนะนำอย่างเบามือ
- แผลบวมแดงมากผิดปกติ
- มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติ
- มีไข้สูง หรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
- แผลไม่แห้ง หรือน้ำเหลืองซึมตลอดเวลา
FAQ
- ความเสี่ยงทั่วไปจากการเสริมจมูก
- การติดเชื้อ อาจเกิดขึ้นได้ทั้งในช่วงแรก - หลังทำหรือหลังจากนั้นหลายเดือน
- อาการเลือดออกและบวมช้ำ อาการนี้เป็นอาการปกติที่พบบ่อยได้ในช่วง 2 - 3 วันแรก แต่อาการจะค่อยๆ ลดลงและดีขึ้นในที่สุด
- การแพ้ยาชาหรือยาสลบ แม้จะพบได้น้อยแต่ต้องมีการประเมินก่อนผ่าตัดอย่างละเอียด
- อาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
- จมูกเบี้ยวหรือเอียง อาจเกิดจากการวางซิลิโคนไม่ตรงตำแหน่งหรือโครงสร้างจมูกเดิม
- ซิลิโคนทะลุ มักมีสัญญาณเตือน เช่น ปลายจมูกใส แดง หรือมีรอยบุ๋ม
- หายใจลำบาก เกิดจากการบวมภายในโพรงจมูก หรือโครงสร้างภายในเปลี่ยนแปลง
- อาการชา อาจรู้สึกชาบริเวณปลายจมูกชั่วคราวและมักจะหายไปภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน